วัดท่าซุง

วัดท่าซุง ตามประวัติเป็นวัดเก่าแก่เล็กๆคู่จังหวัดอุทัยธานีมาช้านานตั้งแต่ พ.ศ. 1863 ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา 30 ปีมีสภาพทรุดโทรม จนถึงปี พ.ศ.2511 พระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้มาริเริ่มบูรณะวัดอีกครั้ง​ ด้วยศรัทธาของบรรดาพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ที่ร่วมแรง ร่วมใจ บริจาคทุนทรัพย์ ในการบูรณะและจัดหาพื้นที่เพิ่มเติม จนปัจจุบันวัดจันทาราม(วัดท่าซุง) กลายเป็นวัดขนาดใหญ่โดยมีเนื้อที่รวมนับพันไร่ที่มีศาสนสถาน สิ่งปลูกสร้างที่งดงามวิจิตรอลังการมากมาย อาทิ วิหารแก้ว(ศาลา 100 เมตร) ตึกสมเด็จองค์ปฐม หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา ปราสาททองคำ ตึกรับแขก แพปลาวังมัจฉา ณ แพปลาแห่งนี้มีจุดให้บริการล่องเรือชมธรรมชาติและวิถีชีวิตสองฝากฝั่งช่วงปลายแม่น้ำสะแกกรังถึงจุดบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท (ติดต่อเรือท่องเที่ยวแพปลาวังมัจฉา โทร. 08 9958 1479)             วันจันทาราม(วัดท่าซุง) เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานีที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดที่จะแวะเวียนเยี่ยมชม

วัดหนองพลวง

วัดหนองพลวง ความน่าสนใจของวัดนี้คือพระอุโบสถหลังเก่าสุดคลาสสิกที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นฝีมือช่างชาวบ้าน เพราะไม่มีลวดลายวิจิตรอะไรมากนัก อุโบสถหลังนี้มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีลักษณะของสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่าโบสถ์ท้องสำเภา ทรงจั่วหน้าบันด้านหน้านั้นประดับลวดลายปูนปั้น และเครื่องถ้วยเคลือบ ด้านหลังเรียบ ปราศจากลวดลาย เห็นเพียงปูนสีขาวฉาบเกลี้ยง ๆ ดูเรียบง่ายแต่งดงาม อุโบสถหลังนี้ไม่มีช่อฟ้าและมีประตูทางเข้าทางเดียว

ข้าวมันไก่โกตี๋

ข้าวมันไก่โกตี๋เป็นข้าวมันไก่สูตรไหหลำที่ทางร้านจะใช้เฉพาะไก่พันธุ์พื้นเมือง คัดเอาไก่ตอนตัวอ้วนๆขนาดกำลังเหมาะมาต้มด้วยสูตรเฉพาะของทางร้าน ซึ่งก็จะได้ไก่ที่เนื้อแน่นนุ่ม หนังเหลืองชวนกิน โดยทางร้านจะใช้ไก่สดใหม่ทุกวัน  นอกจากไก่แล้ว ตัวข้าวมันเองทางร้านก็พิถีพิถันในการทำซึ่งจะใช้ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดีที่หุงออกมาได้เม็ดสวยหอมชวนกิน เสิร์ฟมาพร้อมกับไก่หน้าตาน่ากิน โดยมีน้ำจิ้ม 2 แบบ 2 สไตล์มาให้เลือก คือ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวใส่ขิงสับและพริกหั่นหยาบ กับ น้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ที่ใครชอบแบบไหนก็จิ้มแบบนั้น หรือชอบ 2 แบบก็จิ้มสลับกันทั้ง 2 แบบ ซึ่งก็ให้รสชาติอร่อยเด็ดแตกต่างกันออกไป นอกจากข้าวมันไก่แล้วที่นี่ยังมีเมนูเด็ดให้มาซดน้ำกินคู่กัน ไม่ว่าจะเป็น “ต้มจืดมะระหมูสับ” หรือ “ซุปเยื่อไผ่” ที่ต่างก็รสกลมกล่อม ซดน้ำร้อนๆคล่องคอนัก   ขณะที่เมนูอื่นๆชวนกินก็มี กระเพาะปลา, หมูกรอบ, เป็ดย่าง และ“หมูสะเต๊ะ” รสเด็ด ที่ย่างสดๆควันหอมฉุยอยู่หน้าร้าน 

ถนนคนเดินตรอกโรงยา

“ถนนสั้น ตำนานยาว” คำพูดที่สะท้อนตัวตนเมืองอุทัยธานีผ่านถนนสั้นๆ (ตรอกโรงยา) แต่เต็มไปด้วย เรื่องราวซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ อาหารการกิน ของชาวอุทัยธานี ได้อย่างเหมาะสมและครบถ้วน ด้วยความเข้มแข็งของชุมชนที่ร่วมมือร่วมใจกัน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมประวัติความเป็นมาของชุมชนคนตรอกโรงยา ตั้งแต่ครั้งโบราณจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงกลิ่นอายอดีตที่ทำได้รู้จักเมืองนี้มากขึ้นเท่านั้น แต่มีความอิ่มอร่อยจากอาหารและขนมพื้นเมืองต่างๆ ฝีมือชาวอุทัยธานีที่อร่อย ทุกร้านรวมทั้งของดี ของฝากจากเมืองแห่งสายน้ำนี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงสุดสายปลายถนน  (ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่ 15.00-20.00 น.)

อวตาร รีสอร์ท แอนด์ สปา

อุทัย ริเวอร์ เลค

บ้านสะแกกรัง รีสอร์ท

บ้านสะแกกรัง รีสอร์ท ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุทัยธานี ใกล้กับที่ว่าการเทศบาลเมืองอุทัยธานี ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี แม่น้ำสะแกกรัง ตลาดสด วัดท่าซุง วัดโบสถ์ และวัดสังกัตรัตนคีรี มีความเงียบสงบ สะดวกสบาน และสะอาด เหมาะสำหรับการพักผ่อน มีทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น ฟรี WIFI และอาหารเช้า

โรงแรมไอยรา พาร์ค โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

ไอยราปารืคอยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 2 ชั่วโมง ไปตามเส้นทางสายเหนือของทางหลวงสายเอเชีย รีสอร์ทของเราครอบคลุมพื้นที่เกือบ 600 ไร่ ตกแต่งอย่างสวยงามและรักษาไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมธรรมชาติในเขตจังหวัดอุทัยธานีอันเป็นที่ตั้งของมรดกโลก-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ไอยราปาร์คยังเป็นที่ที่ศิลปะวัฒนธรรมไทยโบราณผสมผสานกับความทันสมัยและบริการระดับโลก

วัดถ้ำเขาวง

วัดถ้ำเขาวง งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเรือนไทยโบราณ 4 ชั้น ซึ่งเป็นเรือนไม้สักและไม้มะค่า และการตกแต่งสวนไม้ดอกไม้ประดับที่งดงามลงตัวผสมผสานกับเหล่าบรรดาผีเสื้อและแมลงปอหลากสีสัน ความวิจิตรงดงามของพุทธศาสนสถานริมเชิงผาสูงแห่งนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย นอกจากนั้นยังมีเส้นทางเดินสู่ถ้ำด้านบนโดยลัดเลาะไปตามเชิงเขาไต่ระดับขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ แต่ต้อง มั่นใจในความแข็งแรงของร่างกายเพราะแม้จะเป็นระยะทางไม่กี่ร้อยเมตร แต่ก็มีความสูงชัน ควรต้องระมัดระวัง วัดถ้ำเขาวง ถือเป็นที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของอำเภอบ้านไร่ ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือน

วัดเขาวงพรหมจรรย์

 วัดเขาวงพรหมจรรย์เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในหุบเขาสองลูก ได้แก่เขาวงและเขาพรหมจรรย์ วัดแห่งนี้จึงมีถ้ำน่าเที่ยวอยู่หลายแห่ง และแต่ละแห่งล้วนมีเอกลักษณ์ที่ถูกนำมาตั้งชื่อถ้ำ เช่น ถ้ำแจ้ง ซึ่งเป็นถ้ำที่มีแสงส่องถึง ถ้ำงูเหลือม เป็นถ้ำที่ได้ชื่อนี้มาเพราะมีงูเหลือมอาศัยอยู่หลายตัว ถ้ำน้ำ เป็นถ้ำที่มีน้ำขังตลอด โดยช่วงแล้งจะมีระดับน้ำสูงถึงเข่า พอถึงฤดูฝน ระดับน้ำจะสูงถึงอกเลยทีเดียว ส่วนถ้ำเพชรถ้ำพลอย ก็เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยที่เวลาสะท้อนแสงแล้วจะเกิดประกายวิบวาวราวกับเพชรพลอย ทั้งนี้ การเข้าชมถ้ำแก้วและถ้ำเพชร จะต้องมีคนนำทาง และด้านขวามือของถ้ำแห่งนี้ยังมีชะง่อนหินสูง เป็นที่ตั้งมณฑปขนาดเล็ก พร้อมกับอุโบสถหลังเล็ก ๆ สวยงามวางตัวอยู่บนไหล่เขา

วัดหนองขุนชาติ

วัดหนองขุนชาติ บางท่านอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อวัดนี้เท่าไหร่นัก แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่าวัดอื่น ๆ ในจังหวัดอุทัยธานี เพราะที่วัดแห่งนี้มีมณฑปอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอยู่ และมีการจัดงานนมัสการพระพุทธบาททุกวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 3 เป็นประจำทุกปี โดยในงานเต็มไปด้วยมหรสพและความรื่นเริงต่าง ๆ อัดแน่นยาวนานถึง 10 วัน 10 คืน และได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นงานประเพณีสำคัญของอำเภอหนองฉางไปโดยปริยาย

วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม

วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งชาวเมืองเรียกกันว่า วัดทุ่งแก้ว มีความน่าสนใจจากพระปรางค์ใหญ่องค์หนึ่งที่ประดิษฐานอยู่ภายในบริเวณวัด สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 โดยมีฐานกว้าง 8 เมตร สูง 16 เมตร ลักษณะเป็นปรางค์ห้ายอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อแย้มผู้สร้างวัดนี้ นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีสระน้ำก่ออิฐเป็นสระน้ำมนต์ขนาดใหญ่ กลางสระมีแผ่นศิลาลงอักขระยันต์ของหลวงพ่อแย้ม กล่าวกันว่า เคยมีการใช้น้ำในสระแห่งนี้ เป็นน้ำสรงพุทธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7

วัดสังกัสรัตนคีรี

วัดสังกัสรัตนคีรีสามารถขึ้นได้ทางเขาสะแกกรังอีกทางหนึ่งโดยรถยนต์นั้นอยู่อีกด้านหนึ่งบริเวณสนามกีฬาจังหวัด บนเขาสะแกกรังนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เมื่อขึ้นไปแล้วสามารถชมวิวเมืองอุทัยธานีได้โดยรอบเกือบ 360 องศา เป็นที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯ(พระชนกจักรี) พระราชบิดาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1แห่งราชวงศ์จักรี และยังมีศาสนสถานหลายแห่งให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการะ เช่น พระมณฑปสิริมหามายากุฎาคาร วิหารพระพุทธรูปสำคัญ วิหารพระบรมสารีริกธาตุ ศาลาพระโพธิสัตว์กวนอิม อีกทั้งระฆังศักดิ์สิทธิ์ใบใหญ่ที่พระปลัดใจและชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเมื่อ พ.ศ.2443 ใครมาแล้วต้องตีเพื่อความเป็นสิริมงคล

วัดผาทั่ง

วัดผาทั่งไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทุกวันนี้หลายคนพากันเดินทางไปเยือนวัดผาทั่ง เพียงเพื่อได้สักการะ “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปประดิษฐานกลางแจ้งปางประทานพร ที่มีหน้าตักกว้าง 23 เมตร สูง 52 เมตร เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย พระพุทธรูปองค์นี้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2532-2540 โดยคณะศิษยานุศิษย์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา อีกทั้งภายในอาคารใต้ฐานหลวงพ่อโต ยังเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์โต หลวงปู่ทวด หลวงปู่ศุข ให้ประชาชนทั่วไปได้กราบไหว้สักการะ

วัดอุโปสถาราม

วัดอุโปสถารามเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง (ฝั่งเกาะเทโพ) เมื่อมองจากฝั่งตัวอำเภอเมืองจะเห็นมณฑป แปดเหลี่ยมซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างงานศิลปะ แบบไทย-ตะวันตกสวยงาม ใกล้กันมีมหาสถูป สามยุคสามสมัย เคียงคู่อยู่กับพระอุโบสถและวิหารสำคัญที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังงดงามสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานจากกรมศิลปากร บริเวณท่าน้ำหน้าวัด มีแพโบสถ์น้ำ ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเป็นแพรับเสด็จรัชกาลที่ 5 เมื่อคราเสด็จเยี่ยมเยือน หัวเมืองฝ่ายเหนือและเสด็จประพาสต้น ต่อมาแพหลังนี้ได้ใช้เป็นศาสนสถานลอยน้ำสำหรับงานพิธีต่างๆของชาวแพ เช่น งานโกนจุก งานบวชนาค งานแต่งงาน เป็นต้น 

วัดธรรมโฆษก

ความสำคัญของวัดโรงโค หรือวัดธรรมโฆษกแห่งนี้ คือการเคยถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองอุทัยธานี และยังใช้เป็นลานประหารนักโทษ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในพระอุโบสถโดดเด่นด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่จัดว่างดงามที่สุดในอุทัยธานี สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลายที่ยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงยุคต้นรัตนโกสินทร์ ตัวภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้นเล่าเรื่องพุทธประวัติ ตอนเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ และตอนผจญมาร ผนังด้านข้างมุมหนึ่งเป็นภาพเทพชุมนุมสลับกับพัดยศ กรอบหน้าต่างด้านนอกเป็นลายปูนปั้น ทั้งนี้ วิหารของวัดสร้างยกพื้นสูงกว่าโบสถ์ หน้าบันเป็นรูปช้างสามเศียร ภายในมีแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีอยู่ประมาณ 20 องค์ จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ บนหน้าต่างด้าน นอกมีลายปูนปั้นเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ประตูวิหารเป็นไม้จำหลักลายดอกไม้ทาสีแดงสวยมาก

หุบป่าตาด

“หุบป่าตาด” UNSEEN THAILAND ของจังหวัดอุทัยธานี ที่นี่คือถ้ำป่าต้นตาด (ต้นไม้โบราณสายพันธุ์เดียวกับปาล์ม) ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งเดียวในประเทศไทย นักท่องเที่ยวต้องพึ่งแสงจากไฟฉายเข้าไปภายในถ้ำหินย้อย ระยะทางประมาณ 40 เมตร มุ่งไปสู่หุบเขาหินปูนที่มีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เพื่อพบกับป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นตาด และไม้แปลกตา หายาก นานาชนิดซ่อนตัวอยู่ ราวกับเดินทางย้อนกาลเวลาสู่ยุคดึกดำบรรพ์ นอกจากพันธุ์ไม้แปลกตาหายากแล้ว ยังพบสัตว์ป่า เช่น เลียงผา คางแว่น อีเห็น ลิงแสม ไก่ฟ้า เต่าบกและที่โดดเด่นคือ กิ้งกือมังกรสีชมพู สีสันฉูดฉาดงามตา สายพันธุ์ใหม่ของโลก เป็นต้น ค่าธรรมเนียมรายบุคคล เด็ก ผู้ใหญ่ เด็กชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 10 20 100 200 บาท บาท บาท บาท

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของอาเซียน โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2534 บนเนื้อที่กว่า 1 ล้านเจ็ดแสนไร่ ถือเป็นหัวใจสำคัญของผืนป่าตะวันตกอันยิ่งใหญ่ ด้วยเพราะความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายของป่าไม้ สัตว์ป่าและพรรณพืช เช่น ควายป่า  เสือโคร่ง ด้วยความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของหัวหน้าสืบ นาคะเสถียร และเจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้งตลอดจนเขตพื้นที่ใกล้เคียง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และองค์กรภาคเอกชนต่างๆ ทำให้ปัจจุบันห้วยขาแข้งเป็นศูนย์รวมของความหลากหลาย ทางชีวภาพมากที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นต้นแบบ การอนุรักษ์และการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ในระดับภูมิภาคเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร ถือเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่และ สนับสนุนจากทุกภาคส่วนและเชิญชวน ให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนที่สนใจในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่าและพรรณพืช เข้าไปสัมผัสเยี่ยมชม อัตราค่าธรรมเนียมการเข้าใช้สถานที่   ค่าธรรมเนียมรายบุคคล เด็ก ผู้ใหญ่ เด็กชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 10 20 100 200 บาท บาท บาท บาท ค่าธรรมเนียมยานพาหนะ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ 4   ล้อ รถยนต์ 6   ล้อ รถยนต์ 10  ล้อ 10 20 30 100 200 บาท บาท บาท บาท บาท

วัดถ้ำเขาตะพาบ

วัดถ้ำเขาตะพาบ เป็นวัดถ้ำที่มีบรรยากาศอันสงบงาม โดยทางด้านหน้าถ้ำมีการสร้างพระพุทธรูปและจัดเป็นเขตสังฆาวาสที่เปิดต้อนรับอุบาสกอุบาสิกาเดินทางเข้ามาสักการะตามศรัทธา ภายในวัดถ้ำเขาตะพาบมีอุโมงค์หลังถ้ำ ที่มีหินรูปร่างคล้ายตะพาบ จึงน่าจะเป็นที่มาของชื่อถ้ำแห่งนี้ อีกทั้งยังเคยมีการค้นพบเครื่องมือหิน สมัยก่อนประวัติศาสตร์อีกด้วย ขณะเดียวกันบริเวณด้านหลังยังเป็นที่ตั้งของถ้ำหลายถ้ำอันเป็นถิ่นอาศัย ของค้างคาวจำนวนมาก เช่น ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำแก้ว ถ้ำปราสาท และถ้ำเรือ เป็นต้น ซึ่งถ้ำทุกแห่งมีการติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าชม

ศาลากลางจังหวัด

ที่มาของศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี                เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2376 (ปลายสมัยรัชกาลที่3) ข้าราชการชาวกรุงเทพฯ ได้เป็นพระยาอุทัยธานีเจ้าเมืองอุทัยธานีครั้นเมื่อเดินทางไปถึงเมืองอุทัยธานี (ตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉางในปัจจุบัน) ก็คิดว่าถ้าย้ายที่ว่าการเมืองอุทัยธานีไปอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง จะทำให้การพัฒนาบ้านเมืองเป็นไปได้ดีกว่าเพราะสามารถทำการค้าขายและหาเลี้ยงชีพโดยชอบธรรมได้ดีขึ้น รวมทั้งจะสามารถว่าราชการเมืองอุทัยธานีได้สะดวกกว่าที่เดิม เพราะการเดินทางในสมัยก่อนหนทางทุรกันดานและมีไข้ป่าชุกชุม พระยาอุทัยธานี จึงขอตั้งบ้านเรือนบนฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง โดยก่อสร้างจวนของเจ้าเมืองอุทัยธานี ปลูกเป็นโรงไม้ยาวชั้นเดียวหลังคามุงกระเบื้องแบบไทย และใช้บริเวณหลังจวนเป็นที่ว่การเมืองอุทัยธานี  ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานีหลังแรก                เมื่อปี พ.ศ. 2450 (สมัยราชการที่ 5) พระไชยนฤนาืท (ม.ล.อั้น เสนีวงศ์) ได้เป็นผู้ว่าราชการเมืองอุทัยธานี ได้เห็นว่า ที่ว่าการเมืองอุทัยธานีในสมัยนั้นคับแคบ (ปัจจุบันคือที่ตั้งอาคารศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ 5 ชั้น) จึงจัดการย้ายที่ว่าการเมืองจากที่เก่าไปทางทิศใต้ และริเริ่มก่อสร้างศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี เป็นอาคารไม้ยาวชั้นเดียวขนาดกว้าง 6 วา ยาว 22 วา 2 ศอก ยกใต้ถุน ก่ออิฐหุ้มเสาไม้ มีมุมยื่นเป็นนอกมณฑลนครสวรรค์ ชื่อ นายจง เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง  จากศาลากลางจังหวัดเก่ารื้อก่อสร้างใหม่เป็นอาคารตึกทรงไทย 2 ชั้น                 ปี พ.ศ. 2508 รัฐบาลได้ให้เงินงบประมาณสร้างศาลากลางใหม่เป็นเงิน 2 ล้านบาท โดยรื้อหลังเก่าซึ่งชำรุดทรุดโทรมมากและซ่อมแซมมาหลายครั้งแล้วและใช้สถานที่ เดิมก่อสร้างตัวอาคารตึงสองชั้นทรงไทย หลังคามุ่งกระเบื้องลอนคู่ตัวอาคารยาว 76 เมตร กว้าง 10 เมตร มุขซ้ายขวากว้าง 24 เมตร สูง 14 เมตร เป็นแบบศาลากลางชั้นตรี ห้างหุ้นส่วนตั้งเจริญกิจ จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เริ่มลงมือก่อสร้างวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2508 และส่งมอบเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2509 ได้ทำพิธีเปิดในวันที่ 15 เมษายน 2509  ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานีหลังปัจจุบัน                เมื่อปี พ.ศ. 2540 กระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติให้จังหวัดอุทัยธานี ดำเนินการก่อสร้างศาลากลางจังหวัด (อาคารใหม่) ในวงเงิน 85,700,000 บาท โดยก่อสร้างอาคารใหม่ทางด้านทิศเหนือของศาลากลางจังหวัดหลังเดิม ซึ่งบริเวณที่ก่อสร้างอาคารใหม่ต้องรื้อถอนและทุบทิ้งอาคารของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานที่ดินจังหวัด ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ออกไป จังหวัดได้ว่าจ้างบริษัท ธนไพสรรก่อสร้าง จำกัด ทำการก่อสร้างต่อเติมศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี (สร้างอาคารหลังใหม่ติดกับอาคารหลังเิดิม) ตามสัญญาจ้าง เลขที่ 3/2540 ลงวันที่ 2 กันยายน 2540 กำหนดแล้วเสร็จ 21 กันยายน 2542 แต่บริษัทฯ ขอขยายอายุสัญญาจ้างออกไปอีก 87 วัน เนื่องจากจังหวัดไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ และขอขยายอายุสัญญาจ้าง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2541 ออกไปอีก 180 วัน รวมระยะเวลาก่อสร้าง 957 วัน โดยก่อสร้างอาคารเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2543 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 5 ชั้น ขนาดกว้าง 25 เมตร ยาว 77 เมตร พื้นที่ใช้สอยประมาณ 8,792 ตารางเมตร งบประมาณ 85,700,000 บาท โดยผูกพันงบประมาณ 3 ปี

บ้านสวนจันทิตา

วันอาทิตย์ -วันพฤหัสบดี หลังละ 2500 บาท/คืน/หลัง วันศุกร์,วันเสาร์ หลังละ 3000 บาท/คืน/หลัง พักได้ 2 ท่าน  เสริมได้ไม่เกิน 2 ท่าน คิดเพิ่มท่านละ 800 บาท สำหรับเด็กอายุ 2 ขวบ ถึง 5 ขวบ คิด 250 บาท เด็กอายุ 6 ขวบ ขึ้นไป รบกวนเสริม ค่ะ หมายเหตุ  - ราคารวมอาหารเช้า - ไม่สะดวกให้บริการกับสัตว์เลี้ยง - ไม่มี wifi ------------------------ ** ขั้นตอนการจอง** 1. สอบถามวันที่ต้องการเข้าพักทาง Inbox (messages) ที่เพจ facebook 2. รอการยืนยันการผู้รับจอง 3. โอนเงินเต็มจำนวน ภายใน 48 ชั่วโมง (เกิน 48 ชั่วโมง ขออนุญาติยกเลิกการจอง) ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี : 619-1-25305-2 ชื่อบัญชี : จันทิตา กุศลวัฒนะ 4.แจ้งโอนทาง Inbox และเก็บสลิปการโอนไว้ 5. เดินทางเข้าห้องพักตามวันที่โอน (เช็คอิน 14.00 น. เช็คเอ้าท์ 12.00 น.)  

น้ำตกไซเบอร์

น้ำตกไซเบอร์ เป็น น้ำตกที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์แห่งนี้ เกิดจากลำห้วยล่อยจ้อยที่ไหลมาจากภูเขาสูงของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ก่อให้เกิดน้ำตกขึ้นเป็นระยะ ๆ หลายชั้น โดยน้ำตกส่วนที่อยู่ตอนบนนั้น เรียกกันว่า น้ำตกล่อยจ้อย ครั้นมาถึงชั้นที่สายน้ำร่วงหล่นจากที่สูงลงไปปะทะกับหินก้อนใหญ่ ก็จะเรียกกันว่า น้ำตกหินลาด ซึ่งสายน้ำบางช่วงยังซอกซอนไปตามเกาะแก่งหินเป็นทางยาวสูงต่ำลงสู่เบื้องล่างมีความสวยงามมาก โดยบริเวณด้านล่างนั้นเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่คอยรับสายน้ำที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นทัศนียภาพงดงามบาดตา           น้ำตกไซเบอร์ หรือน้ำตกหินลาดแห่งนี้ จะมีน้ำมากในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งในช่วงเดือนนี้เองที่ป่าจะเปลี่ยนสีและระบายบรรยากาศรอบน้ำตกให้ดูงดงามมากขึ้นไปอีก สำหรับผู้ต้องการพักแรม บริเวณนี้มีบ้านพักรับรอง 1 หลัง สามารถพักได้ 20-30 คน แต่ไม่มีอาหารให้บริการ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมเสบียงมาเอง

โรงแรมซีทูยู

มาอุทัย นึกถึงเรา โรงแรมซีทูยู นะคะ ^^  สะอาด ใหม่ นอนสบาย ☺️ เดินทางมาสะดวก และ ราคาเป็นมิตรค่า ------------------------- สอบถามเพิ่มเติม หรือสำรองห้องพักได้ที่ 056 511-979 หรือ 082 401-4441ค่ะ  #โรงแรม #ที่พัก #อุทัยธานี  #มาอุทัยไม่อุทรค่ำแล้วนอนC2Uอุทัย

น้ำพุร้อนบ้านสมอทอง

น้ำพุร้อนบ้านสมอทอง เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดเล็กที่ผุดขึ้นมาจากผิวดิน โดยอุณหภูมิความร้อนของน้ำนั้น สามารถต้มไข่จนสุกได้ภายใน 5 นาที และบริเวณนี้กำลังได้รับการปรับปรุงให้เป็นบ่อน้ำพุร้อนต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นจุดชมทัศนียภาพในยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด

ถ้ำพุหวาย

ถ้ำพุหวาย เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ภายในถ้ำกว้างขวาง เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่อลังการที่คาดว่ามีอายุหลายล้านปี และยังมีรูปร่างสวยงามแปลกตา น่าไปเที่ยวชมมาก ๆ  ทางเดินเข้าไปยังปากถ้ำจะเป็นทางเดินเล็ก ๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย บรรยากาศเขียวขจีสดชื่น บริเวณปากถ้ำจะเป็นทางเดินที่ลอดชะง่อนผาลงไป เมื่อพ้นบริเวณปากทางเข้า ก็จะเป็นห้องโถงใหญ่ มีพระพุทธรูปให้นักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร จากห้องโถงนี้ก็จะมีจุดชมหินงอกหินย้อยแยกออกไปอีกมากมาย รวมทั้งหมด 21 จุดด้วยกัน ได้แก่ หินดอกเห็ด, หินย้อย, เสาโรมัน, ดอกไม้หิน, หินหัวปลาโลมา, หินรูปนกกระจอกเทศ, หินปะการัง, เสาหินเล็ก, เสาหินปูน, หินรูปม่าน, หินรูปฐานประทับเทพ, หินรูปกลด, หินกลด, หินรูปบ่อน้ำ, ถ้ำพญานาค, เสาหินล้านปี, อ่างทิพย์, ฟองหิน, น้ำตกหินปูน, หินเกร็ดเพชร และหินงอกดอกกุหลาบ จุดที่เป็นไฮไลท์ของถ้ำแห่งนี้ก็คือ น้ำตกหินปูน โดยจะมีลักษณะเป็นม่านน้ำตกลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้น ๆ เมื่อส่องแสงไฟไปที่ตัวหินงอกนี้ก็จะเกิดเป็นประกายระยิบระยับสวยงามจับตา เพราะเกิดจากการตกผลึกของแร่แคลเซียมคาร์บอเนตนั่นเอง ไม่เพียงแค่จุดนี้เท่านั้นที่น่าสนใจ จุดอื่น ๆ ก็มีความสวยงามไฉไลไม่แพ้กัน ทั้งเสาหินปูนสูงใหญ่สุดอลังการ ม่านหินปูนสุดยิ่งใหญ่ และอื่น ๆ อีกมากมาย การเข้าไปเที่ยวชมยังถ้ำพุหวาย ถ้าให้ดีที่สุดจำเป็นต้องมีผู้นำทางไปด้วย เพราะนอกจากจะช่วยนำทางให้เราแล้ว ก็ยังจะสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการเดินเที่ยวชม และข้อมูลเกี่ยวกับหินปูนรูปต่าง ๆ ได้อย่างดีอีกด้วย 

น้ำตกผาร่มเย็น

สายน้ำสีขาวที่ทิ้งตัวลงมาจากป่าทึบอยู่เบื้องล่าง คือภาพความงดงามจากธรรมชาติที่คุณสามารถดื่มด่ำได้จากริมถนน ซึ่งความชุ่มฉ่ำของน้ำตกผาร่มเย็นแห่งนี้ เกิดจากสายน้ำที่ไหลลงมาเป็นม่านบาง ๆ ดูคล้ายฝนโปรยลงมา ตามหน้าผาดินเขียวครึ้มด้วยมอสเฟิร์นที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ท่ามกลางผืนป่าบริสุทธิ์ให้ความสดชื่น และด้วยเหตุนี้เองชาวอุทัยธานีจึงยกย่องว่า ที่นี่คือน้ำตกสวยงามที่สุดของจังหวัดที่คนรักความชุ่มฉ่ำของสายน้ำไม่ควรพลาด

เขาปฐวี

เขาปฐวี เป็นเทือกเขาขนาดเล็กที่มีความยาวประมาณ 750 เมตร สูง 253 เมตร และมีลักษณะเป็นเทือกเขาหินเรียงซ้อนกันเป็นยอด เต็มไปด้วยถ้ำน้อยใหญ่มากมาย ตั้งอยู่เรียงรายโดยรอบมากถึง 30 ถ้ำ เช่น ถ้ำประทุน ถ้ำบันได ถ้ำอ่าง ถ้ำช่องลม ถ้ำพุทธประวัติ ถ้ำปลา และถ้ำค้างคาว เป็นต้น และถ้ำบางแห่งยังมีการค้นพบเครื่องมือหิน และโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อีกด้วย

เขื่อนทับเสลา

  เขื่อนทับเสลาเป็น เขื่อนชลประทานขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นลำห้วยทับเสลา คุณสามารถชมทะเลสาบในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนซึ่งมีฉากหลังเป็นทิวเขาทอดตัวสลับซับซ้อนดูสวยงามยิ่งนัก โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่นี่จะคลาคล่ำไปด้วยคนในท้องถิ่นที่นิยมเดินทางเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ และภายในบริเวณเขื่อนยังมีร้านค้าสวัสดิการคอยบริการอาหารเครื่องดื่ม

เขาปลาร้า

เขาปลาร้า เป็นภูเขาขนาดใหญ่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 58 เมตร มีสภาพป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ที่หน้าผาด้านตะวันตกที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลปานกลางประมาณ 320 เมตร พบภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์อายุประมาณ 5,000-3,000 ปี เป็นลายเส้นสีแดงและสีดำตลอดแนวยาว 9 เมตร ประมาณ 40 ภาพ แสดงให้เห็นถึงสภาพชีวิตการรวมกลุ่มเป็นสังคมของมนุษย์ยุคโบราณ ถือเป็นภาพเขียนสีที่มีความประณีตเหมือนจริงกว่าที่พบในแหล่งอื่น ๆ นับเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดอุทัยธานี การเที่ยวชมต้องเดินทางขึ้นเขาโดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

ศูนย์ทอผ้าลายโบราณบ้านผาทั่ง

อุทัยธานีได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแหล่งราชินีผ้าฝ้าย รวมกลุ่มกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2538 แต่จัดตั้งเป็นศูนย์ทอผ้าลายโบราณบ้านผาทั่งอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปี พ.ศ. 2545 มีการอนุรักษ์ด้านการทอผ้าสืบทอดภูมิปัญญากันมายาวนาน สองถึงสามร้อยปี สำหรับศูนย์ทอผ้าลายโบราณบ้านผาทั่งแห่งนี้เป็นกลุ่มทอผ้าที่รวมกลุ่มกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2538 แต่จัดตั้งเป็นศูนย์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2545 รวบรวมผ้าทอลายโบราณฝีมือชาวบ้านไร่ ซึ่งเป็นผลงานการสืบทอดของชาวลาวครั่ง และลาวเวียงที่อพยพมาจากประเทศลาว ลวดลายผ้านั้นสวยงามแปลกตาทั้งเป็นผ้าถุง เสื้อ ปลอกหมอน ผ้าคลุมไหล่ รองเท้า เป็นต้น ด้วยฝีมือและความประณีตในการถักทอเส้นใยลวดลายผ้าโบราณ เป็นผืนผ้าที่งดงาม จนได้รับรางวัลชนะเลิศจากยูเนสโก้(UNESCO)เมื่อปี พ.ศ. 2547 การันตีถึงคุณค่าและฝีมือการทอผ้าชั้นดีของคนลาวครั่ง ลาวเวียงแห่งเมืองอุทัยธานี ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแหล่งราชินีผ้าฝ้ายนั่นเอง

บ้านแก่นมะกรูด

 บ้านแก่นมะกรูด ตั้งอยู่ในเขตใต้สุดของภาคเหนือและเหนือสุดของภาคกลางที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์ ทั้งไทย จีน มอญ ลาว แขก กะเหรี่ยง ละว้า ขมุ อยู่บนพื้นที่สูงของจังหวัดอุทัยธานี เป็นที่ตั้งโครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่ ต.แก่นมะกรูด โดยมีมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ร่วมบูรณาการ การขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ มีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีสวนดอกไม้และผลไม้เมืองหนาว นานาพรรณ ทั้งลิลลี่ ทิวลิป เบญจมาศหลากสี สตรอว์เบอร์รี ซาโยเต้ กาแฟ กะหล่ำปลีม่วง กะหล่ำปลีหัวใจ ผักสลัด และผักพื้นบ้านมากมาย เป็นต้น สวนพฤษศาสตร์ บ้านแก่นมะกรูดถือเป็นสถานที่ยอดนิยมในช่วงฤดูหนาวที่นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยว สัมผัสอากาศหนาว เคล้าสายหมอกกับดอกไม้และ ผลไม้เมืองหนาวราวกับว่าได้ไปเยือนภาคเหนือตอนบน จนมีคนพูดว่า “อำเภอบ้านไร่ บรรยากาศเชียงใหม่ ไม่ไกลกรุงเทพฯ”

แม่น้ำสะแกกรัง

ยอดเขาโมโกจู เทือกเขาแม่เล่ย์ แม่วงก์ ในเขตรอยต่อจังหวัดกำแพงเพชร และนครสวรรค์คือต้นกำเนิดความชุ่มชื้นและชุ่มฉ่ำของ สายน้ำเล็กๆ ไหลลงสู่พื้นราบขยายกลายเป็นสายน้ำ กว้างใหญ่ต้นกำเนิดของแม่น้ำสะแกกรังที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตผู้คนชาวเมืองอุทัยธานีโดยเฉพาะวิถีชีวิตชาวแพ ชุมชนคนบนน้ำเก่าแก่กว่า 200 ปี แสดงถึงความสงบเงียบ เรียบง่าย แต่งดงาม กลายเป็นเสน่ห์ของเมืองริมสายน้ำแห่งนี้ ที่มัดใจนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย จากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมเยือนสัมผัสอัตลักษณ์ แห่งวิถีชุมชนคนบนน้ำแหล่งนี้เสมอ

เจ๊ดาปลาลวก

เมนูแนะนำที่เป็นเมนูเด็ดๆ อร่อยมากๆ รสชาติมีความแตกต่างจากร้านอาหารทั่วๆไป เช่นยำปลาลวก และต้มยำหัวพุงไข่  ที่น้ำต้มยำอร่อยมากครับ แต่เมนูธรรมดาๆที่ไม่ได้แปะไว้ที่ฝาผนัง และเป็นเมนูจำเจทั่วๆไปกลับทำได้ธรรมดาๆไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เช่นยำกุนเชียงทอด ผัดคึ่นฉ่ายเ้ต้าหู้ และไก่คั่วเค็ม ดังนั้น หากใครจะไปลองทาน แนะนำว่าให้สั่งเมนูแนะนำของที่นี่ครับ ที่คนเค้านิยมและทางร้านแปะป้ายเอาไว้น่ะครับ

พญาไม้รีสอร์ท

รีสอร์ทห่างจากวัดอุโบสถาราม 300 เมตร ห่างจากวัดท่าซุงโดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ 5 นาที และห่างจากเขาสะแกกรัง 6 กิโลเมตร ห้องพักปรับอากาศมีโทรทัศน์ ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำในตัวพร้อมฝักบัว พนักงานที่แผนกต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมงสามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าพักตามความประสงค์ นอกจากนี้ยังมีบริการซักรีด ร้านอาหารท้องถิ่นหลายแห่งห่างจากที่พักโดยใช้เวลาเดินเพียงไม่นาน